ท้องเสีย บรรเทาได้ด้วยตนเอง!

อาการ “ท้องเสีย” เป็นปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่หลาย ๆ คน ต่างเคยเผชิญ บางคนก็ค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง แต่บางคนกลับท้องเสียเรื้อรัง กระทบต่อสุขภาพและสร้างความรำคาญใจให้ไม่น้อยเลยทีเดียว และที่น่ากลัวที่สุด คือ หากมีอาการท้องเสียเรื้อรังนานเกินไป อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ เกิดภาวะช็อก และปัญหาโรคต่าง ๆ ที่ตามมา ซึ่งมีวิธีช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวมากมายหลายวิธี ที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง  

 

ท้องเสีย บรรเทาได้ด้วยตนเอง!

อ่านบทความ กระเพาะอาหารอักเสบ เป็นแล้วต้องทำอย่างไร!

 

อาการ “ท้องเสีย”

       จุดสังเกตว่ากำลังมีอาการท้องเสียอยู่หรือไม่ ดูได้จากการขับถ่ายอุจจาระว่ามีลักษณะเหลว หรือถ่ายออกเป็นน้ำ โดยส่วนใหญ่อาการที่เกิดขึ้นเพียง 1-2 วัน และมักดีขึ้นเองโดยไม่ต้องรับการรักษา นับเป็นอาการท้องเสียแบบเฉียบพลัน แต่ถ้าถ่ายท้องต่อเนื่อง มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน มีอาการปวดท้องเกร็งที่รุนแรงกว่าปกติ ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย เหมือนมีไข้อ่อน ๆ จัดเป็นอาการท้องเสียเรื้อรัง อาจเป็นผลกระทบจากโรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้ เช่น แพ้อาหาร ลำไส้แปรปรวน โรคเซลิแอค เป็นต้น และอาจมีอาการปวดท้อง ท้องอืด และคลื่นไส้ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติ และรับการรักษาที่เหมาะสม 

       สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย มักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด เป็นภาวะอาหารเป็นพิษ มีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส หรือมาจากมือที่ผ่านการหยิบจับสิ่งของสกปรกมาก่อน แล้วเผลอหยิบจับอาหาร  เข้าปาก ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย นอกจากนี้ อาการท้องเสียอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ความเครียด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มากเกินไป การแพ้อาหารบางชนิด และบางคนอาจมีอาการท้องเสียหลังการรักษา เช่น ได้รับยาปฏิชีวนะบางชนิดที่มีผลต่อระบบลำไส้ หรือการฉายรังสีที่ทำให้เยื่อบุลำไส้เสียหาย ทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำและสารอาหารได้ตามปกติ

 

ท้องเสีย บรรเทาได้ด้วยตนเอง!

อ่านบทความ อันตรายจาก “ท้องผูก” ที่ไม่ควรมองข้าม

 

วิธีรับมือกับอาการท้องเสีย

แต่ก่อนที่จะถึงจุดที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ สามารถป้องกันและบรรเทาอาการลงได้ด้วยวิธีการ ดังนี้

  • ดื่มน้ำมาก ๆ หรือดื่มน้ำผสมผงน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) การถ่ายอุจจาระบ่อย ๆ อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ และอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำได้ จึงควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อชดเชยของเหลวและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป

 

  • รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีเส้นใยสูง เช่น โจ๊ก ข้าวโอ๊ต ลูกพรุน ผัก ผลไม้ เป็นต้น โดยอาจแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่ทำให้เกิดอาการท้องอืดอย่าง กาแฟ ชา นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ทุกครั้ง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่ติดมากับมือ และเป็นการลดการเกิดโรคตั้งแต่จุดเริ่มต้น

 

  • บริโภคโปรไบโอติก ที่เป็นจุลินทรีย์ชนิดดี มีส่วนช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติและมีประสิทธิภาพโดย โปรไบโอติก จะช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย
ติดต่อพวกเรา