เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ลูกของเราด้วย Probiotic

ลูกเราวันนี้สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างครับ ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะและเชื้อโรคเต็มไปหมด… เสริมภูมิคุ้มกัน

เป็นธรรมดาของพ่อแม่สมัยใหม่ที่จะกังวลและเลี้ยงดูลูกอย่างระวัง ไม่ให้เล่นนอกบ้าน ไม่ให้ใช้มือทานขนมหรืออนามัยมากๆ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เหมือนเหรียญสองด้าน ที่จะเป็นส่วนที่ทำร้ายลูกของเราด้วยการลดภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆ แบคทีเรียต่างๆ ที่ลูกเราสมควรได้รับ เพื่อรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง เราควรดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่กำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต การเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อาจทำให้เจ็บป่วยได้

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าการจะมีภูมิต้านทานได้ หลักการง่ายๆคือ มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่ร่างกายสามารถรับมือ อีกนัยหนึ่งคือเม็ดเลือดขาวสามารถต่อสู้และเอาชนะเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายมาได้ จากนั้นเม็ดเลือดขาวจะจำและผลิตตัวเองเพิ่มขึ้นหรือที่เรียกกันว่าสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง นี่แหละคือกลไกธรรมชาติของร่างกายของมนุษย์

 

ผลสำรวจเด็กทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 2 ขวบครึ่งที่เป็นโรคแพ้นมวัวในประเทศนอร์เวย์จากจำนวนเด็กทั้งหมด 2,600 คน พบว่าเด็กที่ได้รับการผ่าคลอด (เกิดโดยการที่คุณหมอผ่าท้องคุณแม่) จะมีอัตราการเป็นโรคแพ้นมวัวมากกว่าเด็กที่คุณแม่คลอดโดยธรรมชาติ (เบ่งคลอดทางช่องคลอด) มากดถึง 3.3 เท่า และถ้าตัวคุณแม่เองเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยแล้วจะยิ่งทำให้ลูกมีอัตราการเป็นภูมิแพ้มากกว่าถึง 9.7 เท่าเลยทีเดียว เช่นเดียวกันในหลายประเทศ เช่น ผลสำรวจจากประเทศไต้หวันและสหรัฐอเมริกาที่พบว่าเด็กที่ผ่าคลอดมีอัตราการเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ อาทิ แพ้อากาศ ภูมิแพ้ผิวหนัง รวมทั้งโรคหอบหืดมากกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติมากถึง 2-3 เท่า 

 

เหตุที่เป็นดังนี้เพราะว่าในร่างกายเรามีกลุ่มแบคทีเรียเฉพาะตำแหน่งบนร่างกายที่แตกต่างกันไป เด็กที่เกิดผ่านช่องคลอด ระหว่างทางของช่องคลอดก็จะผ่านกลุ่มเชื้อแบคทีเรียดีหรือโพรไบโอติคที่เป็นกลุ่มแลคโตบาซิลลัส เด็กที่ได้รับโพรไบโอติกกลุ่มดีเราไปเป็นจุดเริ่มหรือตั้งรกรากในร่างกายก่อนก็จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่า เข้าใจง่ายๆว่ามีโพรไบโอติคที่เก่งกว่า ในทางกลับกันทารกที่เกิดโดยผ่าคลอดก็จะได้รับแบคทีเรียที่ผิวช่องท้องเข้าไปชื่อสเตรปโตคอตคัส จุดเริ่มต้นที่ต่างกันการโตของจุลินทรีย์ในช่องท้องก็ต่างกัน ตามด้วยการเลี้ยงดูอีก 

 

“เสริมภูมิคุ้มกัน” ให้ลูกของเรา

ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทารกค่อนข้างแตกต่างจากผู้ใหญ่และมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมรวมถึงเชื้อโรคต่างๆ ได้น้อยกว่า ขณะที่ภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งสำคัญในช่วงต้นของชีวิตในการรับมือจากการโจมตีของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่างๆ นั่นหมายความว่าทารกนั้นง่ายต่อการติดเชื้อบางประเภท และไม่สามารถตอบสนองได้ดีต่อวัคซีนที่พัฒนามาสำหรับผู้ใหญ่ มีการศึกษาที่แสดงว่าภูมิคุ้มกันยังลดลงเพียงไม่กี่เดือนหลังจากได้รับวัคซีน

ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกของเราถ้าให้ดีก็คงอยากให้ย้อนไปเริ่มที่ตัวสร้างโพรไบโอติคเริ่มต้นตอนคลอด คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ แต่เราสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตอนนี้ก็ยังทันนะครับ เทียบได้กับเราฉีดวัคซีนหรือการกินอาหารเสริมเพื่อช่วยในเรื่องต่างๆ ซึ่งอาหารที่มีโพรไบโอติกก็สามารถหาได้ทั่วๆไปครับ เช่น นมเปรี้ยว โยเกริร์ต ชีส หรืออาหารหมักดองพวกกิมจิ  หรือหากคิดว่าไม่เพียงพอปัจจุบันก็มีอาหารเสริมทางเลือกที่ผลิตออกมาโดยคัดเลือกแต่กลุ่มโพรไบโอติกชนิดดีเมื่อเราทานเข้าไปก็จะเข้ากระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันเหมือนข้างต้นที่เล่าไปครับ

 

โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กซึ่งจัดเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดี สามารถพบได้ในอาหาร เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ มิโสะ เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหาร ให้คำจำกัดความว่า โพรไบโอติกส์ คือ “จุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่างๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้”

 

ร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์นะครับต้องประกอบไปด้วยสมดุลแล้วจะสมบูรณ์ แม้เราจะมีโพรไปโอติคในร่างกายที่มีทั้งดีและไม่ดีอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้สิ่งที่เคยสมดุลเสียไปบ้าง เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ดที่ประกอบด้วยไขมันไม่ดี หรือยาปฏิชีวนะที่เราคิดว่าดีแต่นั่นแหละเหรียญมักมีสองด้านเสมอ อีกด้านของยาก็จะไปทำลายโพรไบโอติคที่ดีของร่างกายให้ตายไปด้วยจึงเป็นที่มาของการที่เราต้องรู้จักดูแลรักษาร่างกายให้สมดุลแล้วจะได้สมบูรณ์อยู่เสมอครับ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของตัวเราเองและ คนในครอบครัว โพรไบโอติคจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ในก่รสร้างสดุลให้กับร่างกายของเรา 

 

อ่านบทความเกี่ยวกับโพรไบโอติคเพิ่มเติมได้ที่นี่ โพรไบโอติก จุลินทรีย์ที่ไม่ได้ดีแค่กับลำไส้!

ติดต่อพวกเรา