สัญญาณเตือนว่าร่างกายคุณต้องการ Probiotics

“การป้องกันดีกว่าการรักษา” มักจะเป็นคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยแต่เรามักจะตามด้วย “เอาไว้ก่อนแล้วกัน” เสมอ ๆ ใช่ไหมครับ probiotics
โดยเฉพาะเรื่องการดูแลสุขภาพของคนทำงาน (คนทั่ว ๆ ไปก็ด้วย) งานมาก่อน ออกกำลังกายเอาไว้ก่อน กินอาหารดีเอาไว้ก่อน ขอกินอะไร ๆ อร่อยก่อน นอนแต่หัวค่ำเอาไว้ก่อน ซีรีย์มาใหม่ขอดูก่อน …คุ้นหูไหมครับ

วันนี้จึงมีเทคนิคการดูแลสุขภาพแบบ “ป้องกันไว้ก่อน” ของอาการที่เกิดจากสมดุลของโพรไบโอติกในลำไส้ถูกทำลายไปโดยเริ่มที่สังเกตได้ชัดเจน จนถึงขั้นอาจต้องลองถามคนรอบๆตัวว่าเรามีอาการแบบนี้หรือเปล่า

สัญญาณเตือนว่าต้องการ Probiotics

มีอาการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร ท้องเสียหรือท้องผูกบ่อย อาหารไม่ย่อย อย่างที่รู้กันว่าลำไส้ของเราจะมีจุลินทรีย์ในลำไส้ที่ช่วยเรื่องการดูดซึม หรือไม่ดูดซึมสารที่ไม่ใช่สารอาหารที่ร่างกายต้องการและส่งต่อสู่ระบบขับถ่ายของเสียของร่างกาย และเมื่อความเครียดหรือการกินที่ไม่ดี ไม่ถูกสุขลักษณะหรืออาจเกิดจากการเดินทางแปลกที่เลยต้องทานอาหารที่ไม่คุ้นเคย เข้าไปทำลายสมดุลของกลุ่มจุลินทรีย์ หรือประชากรโพรไบโอติกก็จะส่งผลหรือแสดงให้เห็นได้ชัดตามอาการเหล่านี้ ทางแก้เริ่มต้นคือการปรับอาหารให้อยู่ในโหมดอาหารพื้นฐานที่พอจะหาได้ ทานอาหารย่อยง่ายแทน

 

ป่วยง่าย หรืออีกนัยหนึ่งคือ ร่างกายไม่เเข็งแรงติดเชื้อง่าย เป็นหวัดน้ำมูกไหล หรือคนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะมีอาการแพ้กำเริบบ่อยครั้ง โดยโพรไบโอติกจะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ทำหน้าที่ย่อยเซลล์เม็ดเลือดขาว ( T-cell) ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถของระบบภูมิคุ้มกัน และยังเป็นเสมือนทหารที่คอยสอนเม็ดเลือดขาวว่าควรต้องไปทำลายเชื้อโรคแบบไหนอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น โปแลนด์ อิตาลี เริ่มมีการพัฒนาการรักษาโรคต่างๆโดยใช้โพรไบโอติกแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้นแต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย

 

ผิวหนังมีปัญหา เช่น สิวขึ้น ผดผื่นคัน กลากเกลื้อน บางทีอาจไม่ได้เกิดจากความสกปรกที่สะสมมาทั้งวัน หรือล้างหน้าไม่สะอาด (ดูตัวอย่างได้จากคนไร้บ้านที่พบได้ทั่วไปบนท้องถนน คนพวกนี้ส่วนใหญ่ยังไม่มีสิวเลย ผิวหน้าเนียนกว่าหลายคนด้วยซ้ำ) ซึ่งสาเหตุหนึ่งของโรคผิวหนังนั้นมาจากสมดุลที่ไม่ดีกลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ ทำให้ดูดซึมสารอาหารไม่ดี ขับถ่ายก็ไม่ดี จึงสะท้อนออกที่ผิว แถมยังการฟื้นตัวของเซลล์ที่อักเสบไม่ดีจากสมดุลโพรไบโอติกที่ถูกทำลาย ทำให้ยิ่งแย่กันไปใหญ่ ถ้าระบบขับถ่ายของเสียไม่ดี ผิวก็จะไม่ดี ไม่เปล่งปลั่ง ไม่สดใส บางคนอาจคิดว่า วิธีการกินน้ำเยอะๆแทน ผิวก็จะดี แต่อาจจะไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าอาจเกิดจากสมดุลของโพรไบโอติกในลำไส้ไม่ดีเลยสะท้อนออกมาทางผิว การทานน้ำเพื่อช่วยเสริมการขับของเสียจึงเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

 

อารมณ์เหวี่ยง ขึ้นๆ ลงๆ หงุดหงิดง่าย อย่างที่เขียนไปในตอนก่อนหน้า ว่า การทำงานของโพรไบโอติกที่ลำไส้ส่วนที่ทำงานร่วมกับระบบประสาท จะช่วยเสริมการหลั่งสารความสุข ที่เรียกว่า ฮอร์โมนเซโรโทนินอกกมา ทำให้เรารู้สึกมีความสุข ช่วยจัดการกับความเครียดจากสภาวะการทำงานที่เกิดในชีวิตประจำวัน ซึ่งหากความไม่สมดุลนี้เกิดขึ้นเป็นเวลานานอาจนำไปสู่อาการซึมเศร้า หรือ ไบโพลา ที่เป็นโรคทางจิตเวชแทนก็เป็นได้
ขี้ลืม หลงลืมง่าย หลายคนอาจคิดว่า โพรไบโอติคกับสมองจะเชื่อมกันได้อย่างไร จากงานวิจัยสมัยใหม่ที่เริ่มวิจัยเกี่ยวกับ Gut microbe หรือกลุ่มโพรไบโอติกในลำไส้ที่มีผลต่อระบบประสาทของเรา โดยงานวิจัยที่ถูกเผยแพร่ในวรสารวิทยาศาสตร์ Acta Pharmaceutica Sinica B พบว่าโพรไบโอติคสามารถช่วยเรื่องความทรงจำที่แม่นขึ้น ช่วยฟื้นฟูสารสื่อประสาทในสมอง และยังมีผลต่อการชะลอความแก่ของเซลล์ที่ทำงานเป็นประตูกั้นผ่านของสารในผนังลำไส้อีกด้วย และงานวิจัยจากนักวิจัยประเทศอิหร่านถูกตีพิมพ์โดยผลการทดลองเรื่องการเสริมโพรไบโอติกทุกวันมีผลต่อความจำระยะยาวของสมองในหนู ผลการทดลองพบว่า หนูที่ได้รับโพรไบโอติกเสริมจะมีความสามารถเรียนรู้และมีความทรงจำระยะยาวดีกว่าหนูที่ไม่ได้รับ และยังพบว่าช่วยลดระดับคอเลสเตอร์รอล ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดอีกด้วย

 

ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ควรทราบ คือ ยาปฏิชีวนะ ที่คุณหมอจ่ายเมื่อไม่สบาย หรือที่หลายท่านชอบเรียกร้องให้หมอจ่ายยานี้ด้วยที่คิดว่าอยากหาป่วยเร็วไว แต่ยาตัวนี้จะทำลายทุกเชื้อที่อยู่ในร่างกาย ทั้งเชื่อไม่ดีที่ทำให้เราป่วยและเชื้อดีที่ควรอยู่กับเราก็ไม่รอดด้วยครับ โพรไบโอติกก็เช่นกัน ดังนั้นหากใครลองสังเกตุตัวเองแล้วพบอาการเหล่านี้หรือกำลังทานยาปฏิชีวนะอยู่ ควรทานอาหารที่มีโพรไบโอติกเพิ่มเติมชดเชยด้วยนะครับ

 

อ่านบทความเกี่ยวกับโพรไบโอติกเพิ่มเติมได้ที่ โพรไบโอติก จุลินทรีย์ที่ไม่ได้ดีแค่กับลำไส้!

ติดต่อพวกเรา