กิมจิ เคล็ดลับอายุยืนจากแดนโสมขาว

กิมจิ เมื่อพูดถึงเรื่องอายุ แน่นอนว่าใครก็อยากมีอายุยืนพร้อมกับสุขภาพที่ดี และต้องยอมรับความจริงว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ ‘สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์’ ตามหลักเกณฑ์คือการมี ‘คนแก่’ อายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ เมื่อเป็นแบบนี้แล้วคำถามต่อมาคือ ทำอย่างไรที่จะรับมือกับสังคมผู้สูงอายุโดยทำให้เป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

เพราะการมีชีวิตยืนยาวหมายความว่า ต้องคิดถึงการส่งเสริมระบบการดูแลสุขภาพและสังคม เพื่อรองรับประชากรสูงอายุด้วย แต่ปัจจุบันเรากำลังใช้ชีวิตที่ตรงข้ามกับแนวทางสุขภาพที่ดี จึงต้องมาไขความลับจากประเทศเกาหลีใต้ เจ้าของแชมป์คนใหม่ที่เป็นประเทศแรกของโลก ที่ประชากรจะมีอายุเฉลี่ยสูงถึง 90 ปี ภายในปี 2030

 

ข้อมูลจาก Lancet นิตยสารการแพทย์ จาก Imperial College London ศึกษาข้อมูลอายุประชากรประเทศอุตสาหกรรมจาก 35 ประเทศทั่วโลก ระบุว่าประชากรโลกในปี 2030 จะมีอายุยืนมากขึ้น สอดคล้องกับการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ประเมินว่า พฤติกรรมและความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีใต้จะทำให้ขึ้นเป็นแชมป์อายุยืน

โดยอายุขัยของผู้หญิงชาวเกาหลีใต้เฉลี่ยสูงที่สุดในโลก 90-91 ปี ขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ 84 ปี แม้ว่าผู้ชายจะยังชอบสังสรรค์ และประเทศเกาหลีใต้ยังเป็นประเทศที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงที่สุดในเอเชียก็ตาม แต่อายุเฉลี่ยก็ถือว่ามากกว่าหลายประเทศเช่นกัน

Kimchi, เกาหลี, กิมจิ, อาหาร, กับข้าว, ภาพถ่ายอาหาร

สาเหตุหนึ่งที่คาดว่าเป็นเคล็บลับที่ทำให้ชาวเกาหลีใต้มีอายุยืน คือ วัฒนธรรมการกินอาหารที่ตกทอดกันมายาวนานนับพันปีอย่าง “ กิมจิ ”

หรือผักดองที่มักจะเห็นผ่านตาตามซีรีย์เกาหลี ที่คนเกาหลีชอบทานกันมากเหลือเกิน หรือร้านอาหารเกาหลีที่จะต้องมีกิมจิเป็นเครื่องเคียงตลอดเวลา ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหารมากขึ้น โดยกระบวนการหมักดองกิมจินี้ จะทำให้เกิดฮีโร่ที่ช่วยในการย่อยอาหาร ซึ่งผิดกับความเชื่อที่ผ่านมาว่าการทานของหมักดองไม่ดีและแบคทีเรียไม่ใช่สิ่งดีที่ควรจะนำเข้าร่างกาย แต่แท้จริงแล้วแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ที่มาจากการหมักดองไม่ใช่ศัตรู แต่ทำให้เกิดจุลินทรีย์โปรไบโอติก (Probiotic) ชนิดแลคโตบาซิลลัส ( Lactobacillus ) เป็นจุลินทรีย์มีประโยชน์ที่พบในโยเกิร์ตและในลำไส้ ส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งร่างกาย

Probiotics เป็นเชื้อจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียชนิดดีที่พบได้ในร่างกายของมนุษย์ โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร จะเข้าไปเพิ่มจำนวนแบคทีเรียดีให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น เช่นเดียวกันกับในช่องปากแม้จะแตกต่างกับบริเวณกระเพาะอาหาร แต่ก็มีแบคทีเรียทั้งชนิดที่ดีและไม่ดี การนำโพรไบโอติกมาใช้ ก็เพื่อที่จะกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ชนิดดี และยับยั้งการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ดีในช่องปาก

โดยจะเปลี่ยนน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตให้เป็นกรดแลคติก ซึ่งช่วยรักษาผักเป็นการถนอมอาหารให้มีอายุนานขึ้น เพราะคนเกาหลีต้องการเก็บผักไว้ทานในหน้าหนาว เขาจึงได้นำผักชนิดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผักสีขาวเช่นผักกาด มาหมักรวมกัน กับ กระเทียม ขิง พริก จนได้มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ มีความเปรี้ยวที่พอดี อุดมไปด้วยวิตามิ A และ B และแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมและเหล็ก ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร ช่วยย่อยสารอาหารในลำไส้ไม่ให้มีสิ่งตกค้าง จนกลายเป็นก้อนแข็งที่จะทำให้เกิดอาการท้องผูก ขับถ่ายลำบาก หรือย่อยจนเหลวเกิดไปจนเกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง แต่จะช่วยให้ขับถ่ายง่ายและอุจจาระขับถ่ายสะดวก นอกจากนี้ยังช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ไม่ป่วยบ่อย ไม่เกิดภูมิแพ้หรือการอักเสบตามผิวหนัง ผิวพรรณจึงสดใส ไม่มีผื่น สิวไม่บุก จนเป็นกังวลให้เกิดความเครียดสะสม

กับข้าว, อาหาร, เกาหลี, ชนบทโต๊ะรับประทานอาหาร, กิมจิ

ชาวเกาหลีนิยมรับประทานกิมจิเกือบทุกมื้อ และยังนำไปปรุงเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง เช่น ข้าวผัดกิมจิ กินแกล้มกับข้าวต้ม ข้าวสวย ซุปกิมจิ บะหมี่ ตลอดจนเป็นเครื่องเคียงในทุกมื้ออาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการย่อยหรือขับถ่าย เพราะกิมจิจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น เราจะสังเกตได้ว่าคนเกาหลีนิยมกินกิมจิในมื้อที่มีอาหารย่อยยาก ๆ อย่างพวกเนื้อสัตว์ พวกปิ้งย่างนี่ขาดกิมจิไม่ได้เลยเด็ดขาด ยิ่งบนโต๊ะอาหารในแต่ละมื้อยิ่งขาดไม่ได้ กล่าวกันว่าโดยเฉลี่ยแล้วชาวเกาหลีใต้ทานกิมจิกันอย่างน้อยหนึ่งหน่วยบริโภค (100 กรัม) ต่อวัน ทำให้พวกเขาได้รับปริมาณวิตามินซีและแคโรทีนมากกว่า 50% ที่แนะนำให้ทานต่อวันในทันที

การทานกิมจิ สามารถทานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งทานเป็นเครื่องเคียงอาหาร นำมาทำข้าวผัดกิมจิ นำทำซุปกิมจิ กินกับก๋วยเตี๋ยวหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และสารพัดเมนูที่เราออกแบบได้ด้วยตัวเอง กิมจิยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์ โดยเฉพาะผักที่เอามาทำกิมจิเป็นสุดยอดผักแล้วยิ่งทำให้มีประโยชน์หลายเท่า ยิ่งกิน ยิ่งหลงใหลในรสชาติของทุกมื้อ ที่เราสามารถสร้างสรรได้ด้วยตัวเราเอง แนะนำจะทำเองหรือหาซื้อไว้ติดบ้าน นอกจากนี้กิมจิส่วนใหญ่ยังมีหัวหอม กระเทียม ขิง และพริก ส่วนผสมสมุนไพรที่มีคุณค่า สารพัดประโยชน์ที่ได้รับจากการทานกิมจิ

ไม่เพียงแค่นั้น กิมจิยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายของคุณ หากคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือมีปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดสูง อย่ากังวลใจไป เพราะกระเทียมที่พบในกิมจิ มีอัลลิซินและซีลีเนียม ทั้งสองอย่างนี้มีประโยชน์ในการลดปริมาณคอเลสเตอรอล และยังช่วยป้องกันโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจอื่น ๆ ที่เกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ที่ผนังหลอดเลือดแดงของคุณ

ด้วยเหตุนี้นักวิจัยและผู้เชียวชาญด้านโภชนาการจึงเชื่อว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีหลายเท่า ตั้งแต่คุณสมบัติในการต้านมะเร็ง ลดคอเลสเตอรอล ไปจนถึงการปรับสมดุลสุขภาพจิตและผิวพรรณ ช่วยให้มีผิวที่กระจ่างใสและผมเงางาม เพราะกิมจิไม่เพียงแค่ทำให้ความงามภายในเปล่งประกายเท่านั้น แต่ยังทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจาก กิมจิ มีซีลีเนียม ที่ช่วยให้ผิวหนังมีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนั้น ซีลีเนียมยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องของกลูตาไธโอน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการสร้างวิตามินซีและทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเกาหลีใต้จึงมีค่าเฉลี่ยอายุที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และสาว ๆ ทั่วโลกอยากมีผิวเรียบเนียนแบบสาวเกาหลี จนทำให้วัฒนธรรมการกิน “กิมจิ” ฮิตไปทั่วโลก

กิมจิจึงได้เริ่มแพร่หลายในวงกว้างโดยช่วงแรกเริ่มเข้าไปในประเทศใกล้เคียงก่อนคือประเทศจีน รัสเซีย เกาะฮาวาย และญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นชาติแรกที่นำกิมจิเป็นเครื่องเคียงในอาหารของชาติตนเอง กิมจิถูกจัดเป็นหนึ่งในห้าอาหารสุขภาพโดยเฮลท์แม็กกาซีน (Health Magazine) โดยให้เหตุผลว่ากิมจิอุดมด้วยวิตามิน ช่วยในการย่อยอาหาร และอาจจะช่วยรักษาโรคมะเร็ง

 

 

แหล่งอ้างอิง
https://guide.michelin.com/en/article/wellness/the-korean-superfood-kimchi-and-its-health-benefits?fbclid=IwAR1ooJCyInZ6wBm5Di8_1sjos8VohRg57ck3nsKPdIMMqPmT-C1Wy-6kbwA
https://www.imperial.ac.uk/news/177745/average-life-expectancy-increase-2030/
https://www.prachachat.net/foreign-soft-news/news-146261

ติดต่อพวกเรา