โพรไบโอติก ทานในช่วงเวลาไหนจะที่ดีที่สุด

สมดุลของร่างกายสิ่งมีชีวิต ต้องรักษาให้สมดุลตลอดเวลาหรือเปล่าครับ? Work-Life balance ยังเป็นเรื่องจำเป็นไหมครับ? โพรไบโอติก ก็ต้องการการรักษาให้สมดุลอยู่เสมอครับ เพราะเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกัน

 

หน้าที่หลักของโพรไบโอติกคือ การรักษาสมดุลของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ แบคทีเรีย เชื้อจุลินทรีย์ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมีทั้งตัวดีและไม่ได้ให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เมื่อไหร่ที่สมดุลนี้ถูกทำลาย ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบอวัยวะของร่างกาย โดยมากพบได้ง่ายสุดคือระบบขับถ่าย ท้องเสีย ท้องผูก การติดเชื้อ ต่อมาที่ระบบภูมิคุ้มกัน จะป่วยง่าย เป็นหวัดง่ายหรือหากใครที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว อาการที่เคยเป็นก็จะกำเริบง่ายกว่าแต่ก่อน เพราะพอมีสิ่งเร้ามากระทบร่างกายจะไม่สามารถรับมือหรือป้องกันได้เหมือนเคย ผิวหนังสิวขึ้น กลากเกลื้อน ที่ปกติเราจะไม่ได้เป็นกันบ่อย

 

เมื่อร่างกายได้รับโพรไบโอติก ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น อาการอักเสบลดลง ส่งผลทำให้คนที่เป็นสิวมีผิวหน้าดีขึ้น นอกจากนี้ด้วยความที่โพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียที่ดี ส่วนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวนั้นเป็นแบคทีเรียที่ไม่ดี การเพิ่มจำนวนโพรไบโอติกในร่างกายจึงทำให้ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่ไม่ดี ซึ่งทำให้สิวลดลงด้วย

 

ยกเว้นคนที่มีปัญหาเรื่องระบบฮอร์โมนไม่ปกติ ซึ่งอาจกล่าวได้อย่างง่ายว่า โพรไบโอติกนั้นช่วยรักษาฟื้นฟูอาการอักเสบระดับเซลล์ ดังนั้นหากเซลล์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆระบบอวัยวะไม่สามารถรักษาตัวเองได้อย่างทันท่วงที ระบบนั้นก็จะมีปัญหาและสะท้อนออกมาในรูปแบบของปัญหาสุขภาพนั่นเอง จึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่าทำไมร่างกายจึงต้องได้รับโพรไบโอติกเพิ่มเติม และเวลาไหนเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการทานโพรไบโอติกเสริม

 

ในอดีตจนถึงปัจจุบันมนุษย์เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เรียนรู้และสร้างสรรค์อาหารมากมายที่มีโพรไบโอติก พบได้ทั่วไปในอาหารที่มีการหมักหรือดอง เช่น ชีส นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ผักกาดดอง กิมจิ มิโสะ เต้าเจี้ยว หลากหลายตามท้องถิ่นและย้ำว่าหาได้ทุกพื้นที่จริงๆ บางทีในไทยปลาร้าอาจจะเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารก็เป็นได้นะแค่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่เด็กที่เติบโตในภาคอีสานจะมีอัตราการป่วยที่น้อยกว่าภูมิภาคอื่น และป่วยเยอะสุดคือกรุงเทพ อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งอาหารแต่ละชนิดก็จะประกอบด้วยโพรไบโอติก จุลินทรีย์ที่ต่างชนิดกัน

สำหรับผู้ที่แพ้อาหารหรือไม่ชื่นชอบอาหารที่มีโพรไบโอติกดังกล่าวก็สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรไบโอติกทดแทนได้ โดยมีบรรจุในหลายรูปแบบทั้งแบบเม็ด แคปซูล ผง และในรูปแบบอื่นๆ ทำให้ง่ายต่อการรับประทาน อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ ประโยชน์ของ probiotic ที่คุณไม่เคยรู้

การกินเพื่ออยู่ หรือการกินเพื่อมีสุขภาพที่ดี หนึ่งในเรื่องใหญ่ที่ถูกมองข้ามไปคือการกินเพื่อรักษาสมดุลของกลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ เพราะเป็นจุลินทรีย์กลุ่มใหญ่และเชื่อมต่อกับระบบต่างๆของร่างกายและยังเป็นศูนย์รวมประสาทที่ใหญ่อันดับสองรองจากสมองอีกด้วย จุลินทรีย์หรือโพรไบโอติกสิ่งมีชิวิตเล็กๆที่ถูกมองข้ามมาตลอดเป็นที่จะส่งผลต่อระบบย่อย ดูดซึม หรือที่ได้ยินบ่อย คือแลคโตบาซิลลัสช่วยย่อยและระบบขับถ่าย แต่จริงๆแล้วยังมีโพรไบโอติคอื่นที่ทำหน้าที่สำคัญอีกเช่น ช่วยเรื่องการเผาผลาญไขมันทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนหรือโรคไขมันอุดตัน ช่วยป้องกันและลดอาการอักเสบระดับเซลล์ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหรือเสริมให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และที่สำคัญยังโพรไบโอติกยังช่วยลดความเครียดโดยการช่วยสั่งให้สมองหลั่งสารเซโรโทนินหรือสารแห่งความสุขอีกด้วย 

 

แล้วต้องทาน โพรไบโอติก เวลาไหนของวันจะดีที่สุด?

ดร. สเตฟานีย์ วอลแมน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์แห่งนิวยอร์ก เล่าว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการทานโพรไบโอติกคือช่วงท้องว่าง ซึ่งคนส่วนใหญ่จะทานในตอนเช้าเริ่มต้นของวัน หรืออย่างน้อยก่อนมื้ออาหารเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรืออย่างน้อยก็ก่อนเข้านอน เหตุผลที่ต้องทานโพรไบโอติกตอนท่องว่างเพราะเป้าหมายการส่งโพรไบโอติกนั้นจะต้องเดินทางไปที่ลำไส้ใหญ่ที่เป็นเหมือนศูนย์บัญชาการกองทัพใหญ่ที่ต้องไปรวมตัวกันที่นั่น โดยเฉพาะหากทานในรูปของอาหารเสริม จุลินทรีย์หรือโพรไบโอติกจะได้ไม่ต้องถูกทำลายระหว่างทางด้วยน้ำย่อยตามกระเพาะอาหารหรือช่วงต่างๆของระบบย่อยอาหาร ซึ่งนอกจากเป้าหมายที่ต้องการส่งโพรไบโอติกไปให้ถึงในปริมาณที่มากแล้ว (100พันล้านหน่วย) ความสมดุลของเชื้อในลำไส้ก็ต้องการความหลากหลายของสายพันธุ์ด้วยเพราะแต่ละตัวแต่ละกลุ่มก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป

ข้อควรระวังก็มีนะครับ ในปัจจุบันที่เริ่มมีการใช้โพรไบโอติกในการรักษาอาการป่วยต่าง ๆ ซึ่งจะต้องถูกควบคุมโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอย หรือผู้ที่ได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาของแพทย์ อาจต้องปรึกษาหมอผู้ดูแลการรักษาก่อนจะเลือกทานนะครับ

 

อ้างอิง: dr.wallman https://www.parsleyhealth.com/team/stephanie-wallman/ https://www.parsleyhealth.com/blog/best-time-to-take-probiotics/

 

ติดต่อพวกเรา