สิว กับโปรไบโอติกเกี่ยวกันแบบไหนนะ?

เรื่อง”สิว” ฟังดูเป็นปัญหาเล็กๆ แต่สำหรับบางคนเรื่องความเกลี้ยงเกล้าของใบหน้า ความสวย ความหล่อคงเป็นเรื่องใหญ่ใช่ไหมละครับ

วันนี้ผมจะมาพูดถึงวิธีธรรมชาติวิธีนึง ที่มีส่วนช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวได้ สิ่งนั้นคือโพรไบโอติคนั่นเอง เจ้าตัวโพรไบโอติคที่เป็นแบคทีเรียชนิดดีนี้ ช่วยจัดการสิวได้ยังไงกันนะเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ

 

การรักษา “สิว” ในอนาคต ?

ในปี 2014 สถาบันโรคผิวหนังแห่งอเมริกาได้มีการออกข่าวอย่างเป็นทางการเรื่องโพรไบโอติคอาจจะมีส่วนสำคัญในการรักษาสิวในอนาคตโดยสามารถใช้รักษาได้ 2 แบบทั้งแบบทาและชนิดรับประทาน โพรไบโอติคชนิดทามีส่วนช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันของชั้นผิวหนังจากแบคทีเรียหรือเชื้อราชนิดไม่ดีที่ก่อให้เกิดสิว โดยทั้งแบบทาและชนิดรับประทานนั้นนอกจากช่วยสร้างbarierป้องกันแบคทีเรียชนิดไม่ดีแล้วยังมีฤทธิ์ช่วยสู้กับแบคทีเรียชนิดไม่ดีอีกด้วย โดยแบคทีเรียวายร้ายเหล่านี้มักทำให้เกิดการอักเสบของชั้นผิวหนังซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง

 

แล้วการทานโพรไบโอติคเข้าไปมีส่วนช่วยในเรื่องของผิวหนังได้อย่างไร หากใครจำบทความครั้งก่อนได้ว่าได้เรื่องโพรไบโอติคช่วยลดอารมณ์ ที่ไม่พึงประสงค์เช่นซึมเศร้าหรือชี้กังวลได้อย่างไร เพราะมี gut-brain link นั่นเอง ซึ่ง skin หรือระบบผิวหนังของเราก็มีส่วนเชื่อมโยงตรงนี้เช่นเดียวกัน

แล้วโพรไบโอติคชนิดไหนกันนะที่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ บรรดานักวิจัยได้พบว่าโพรไบโอติคทั้งชนิดทานและทา ที่มีผลต่อการลดสิวมากที่สุดคือชนิดที่ชื่อ Lactobacillus Acidophilus ส่วนอีกชนิดที่มีผลคือ Lactobacillus Bifidobacterium

 

โพรไบโอติกรักษา สิว คืออะไร

งานวิจัยของ Robert H. Siver นายแพทย์จากโรงพยาบาล Union Memorial ในเมืองบอลทิมอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ให้คนไข้ที่มีปัญหาสิวจำนวน 300 คนกินโพรไบโอติก 2 ชนิด คือแล็กโทบาซิลลัส แอซิโตฟิลัส (Lactobacillus acidophilus) กับแล็กโทบาซิลลัส บัลกาลิคัส (Lactobacillus bulgaricus)

ผลการทดลองพบว่า 80% ของผู้ที่เป็นสิวมีอาการดีขึ้น อีกงานวิจัยหนึ่งที่สอดคล้องกันคืองานวิจัยจากประเทศอิตาลี ที่ให้ผู้ที่เป็นสิวกินโพรไบโอติก ชนิดแอล. แอซิโตฟิลัส (L. acidophilus) และบี. บิฟิตัม (B. bifidum) ปริมาณ 250 มิลลิกรัม ผลการวิจัยพบว่าคนที่เป็นสิวมีอาการดีขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากโพรไบโอติกนั้นช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งส่งผลต่ออาการอักเสบที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว

เมื่อร่างกายได้รับโพรไบโอติก ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น อาการอักเสบลดลง ส่งผลทำให้คนที่เป็นสิวมีผิวหน้าดีขึ้น นอกจากนี้ด้วยความที่โพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียที่ดี ส่วนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวนั้นเป็นแบคทีเรียที่ไม่ดี การเพิ่มจำนวนโพรไบโอติกในร่างกายจึงทำให้ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่ไม่ดี ซึ่งทำให้สิวลดลงด้วย

อ้างอิงจาก https://hellokhunmor.com/

 

ดังนั้นแล้วหากน้องๆคนไหนอยากให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไร้สิวบนใบหน้าแลสุขภาพดี จึงควรทานอาหารที่มีโพรไบโอติค 2 ประเภทข้างต้นเป็นหลักนั่นเอง ส่วนจะพบได้ในอาหารประเภทไหนนั้น ผมเคยเขียนบทความเรื่องนี้เอาไว้ สามารถหาอ่านได้ในสารบัญข้างต้นได้เลยครับ จะเห็นได้ว่าในต่างประเทศจะเริ่มมีหลายๆบริษัททำผลิตภัณท์โพรไบโอติดชนิดทาสำหรับรักษาสิวเช่นกันครับ

 

อาหารที่มีโปรไบโอติกสูง เราต่างก็รู้กันว่าในโยเกิร์ต และนมเปรี้ยว มีโปรไบโอติกหรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าสิ่งนี้ยังพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น กิมจิ ซุปมิโสะ คอมบุชาหรือชาหมัก แตงกวาดอง ในชีสบางชนิด อย่างเชดด้าชีส หรือมอสซาเรลลาชีส เป็นต้น สำหรับผู้ที่แพ้อาหารหรือไม่ชื่นชอบอาหารดังกล่าวก็สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรไบโอติกทดแทนได้ โดยมีบรรจุในหลายรูปแบบทั้งแบบเม็ด แคปซูล ผง และในรูปแบบอื่นๆ ทำให้ง่ายต่อการรับประทาน อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป

 

หมอสอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับโพรไบโอติค Probiotics จุลินทรีย์ชั้นดี ลดโรค ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ

ติดต่อพวกเรา