ปัญหา “ช่องคลอด” รีบแก้ก่อนจะสาย!

        อาการคัน แสบ บริเวณช่องคลอด หรือมีกลิ่นเหม็นคาว รู้หรือไม่ว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับ “ช่องคลอด” เพราะสุขภาพช่องคลอดถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิง แม้เกิดความผิดปกติเล็กน้อยแต่หากถูกละเลย ก็จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้  ดังนั้นนอกจากจะต้องหมั่นดูแลแล้ว ยังต้องหมั่นสังเกตอีกว่ามีอาการผิดปกติใดเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะการรู้สัญญาณความผิดปกตินอกจากช่วยป้องกันปัญหาแล้ว ยังช่วยเสริมความมั่นใจได้อีกด้วย

ปัญหา "ช่องคลอด" รีบแก้ก่อนจะสาย!

 

ภาวะช่องคลอดอักเสบ คืออะไร? ช่องคลอด

          อาการอักเสบบริเวณภายในช่องคลอดและปากช่องคลอด จากความไม่สมดุลของแบคทีเรียหรือเชื้อรา อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง คัน มีอาการบวมบริเวณอวัยวะเพศ มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรง รู้สึกแสบร้อนขณะมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะ และมีตกขาวผิดปกติ เช่น ตกขาวมีสีน้ำตาลหรือปนเลือด จากประจำเดือนมาผิดปกติ หรือเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก อาจมีอาการปวดท้องน้อยและเลือดออกจากช่องคลอดร่วมด้วย อาการตกขาวมีสีออกชมพู สาเหตุจากเยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัวหลังการคลอดบุตรหรือมีอาการตกขาวมีสีขาวหรือเหลืองร่วมกับกลิ่นคาว อาจเป็นภาวะติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด โดยมีอาการแสบภายในช่องคลอดและอาการบวมแดงร่วมด้วย เป็นต้น โดยสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงทุกช่วงวัย

 

ปัญหา "ช่องคลอด" รีบแก้ก่อนจะสาย!

อ่านบทความ โพรไบโอติก จุลินทรีย์ที่ไม่ได้ดีแค่กับลำไส้!

 

สาเหตุเกิดจากอะไร ?

    โดยทั่วไปแล้วในช่องคลอดจะมีทั้งแบคทีเรียชนิดที่ดีอย่างแลคโตบาซิลัส (Lactobacillus) และชนิดที่ไม่ดีอย่างแอนแอโรบส์ (Anaerobes) หากมีแบคทีเรียที่ไม่ดีมากเกินไปจะทำให้ปริมาณแบคทีเรียภายในช่องคลอดเสียสมดุลและเกิดภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้ 

  • การใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำลายเชื้อแบคทีเรียดีในช่องคลอด 
  • การตั้งครรภ์ ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดภาวะช่องคลอดแห้งและนำไปสู่สาเหตุการติดเชื้อราในช่องคลอด
  • การรับประทานยาคุมกำเนิด ที่มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงหรือการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด 
  • ระบบภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้รับการบำบัดด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ 
  • การสวนล้างช่องคลอด 
  • การใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือแผ่นอนามัยบ่อย ๆ
  • การร่วมเพศกับคู่นอนหลายคน หรือเปลี่ยนคู่นอนใหม่ และการไม่สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์
  • การใส่กระโปรงหรือกางเกงรัดรูปมากเกินไป
  • การสูบบุหรี่ ฯลฯ

 

ปัญหา “ช่องคลอด” รีบแก้ก่อนจะสาย!

อ่านบทความ Probiotics จุลินทรีย์ชั้นดี ลดโรค ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ

 

วิธีป้องกันการเกิดช่องคลอดอักเสบ

  • ไม่สวนล้างช่องคลอด เพราะจะทำให้แบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุลและติดเชื้อได้
  • ใช้ผ้าอนามัยที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างสม่ำเสมอขณะมีประจำเดือนเพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้น ใช้สบู่สูตรอ่อนโยนต่อจุดซ่อนเร้น ป้องกันอาการระคายเคือง      
  • งดเว้นการมีเพศสัมพันธ์หรือมีคู่นอนเพียงคนเดียว เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ควรสวมถุงยางอนามัยหรือใช้แผ่นยางอนามัยทุกครั้ง หลังมีเพศสัมพันธ์ก็ควร
    ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำเปล่า ซับให้แห้งไม่ให้จุดซ่อนเร้นอับชื้น
  • ดูแลความสะอาดหลังขับถ่ายทุกครั้ง โดยล้างจากด้านหน้าไปด้านหลัง แล้วซับให้แห้ง
  • ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
  • ดูแลความสะอาดของเสื้อผ้า ชุดชั้นใน ไม่สวมเสื้อผ้าเปียกชื้น หรือรัดแน่นจนเกินไป
  • รับประทานอาหารที่มีคุณค่า เสริมแลคโตบาซิลัส ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของความเป็นกรดด่างในช่องคลอดอย่าง “โปรไบโอติก” ที่ช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่ดีให้กับร่างกาย

 

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

pobpad.com

ติดต่อพวกเรา